วิธีซักผ้าม่านอย่างไรให้สะอาดปลอดจากตัวไรฝุ่น

วิธีซักผ้าม่านอย่างไรให้สะอาดปลอดจากตัวไรฝุ่น

วันนี้ Cleaning Solutionจะมาแนะนำวิธีทำความสะอาดผ้าม่านให้ปลอดภัยจากตัวไรฝุ่นกันค่ะ อย่างที่หลายๆ ท่านรู้ ว่าตัวไรฝุ่นเป็นต้นเหตุของโรคทางเดินหายใจต่างๆ และแหล่งสะสมตัวไรฝุ่นที่สำคัญอีกหนึ่งแหล่งนั่นคือ “ผ้าม่าน”  ซึ่งแทบจะทุกบ้านเลยก็ว่าได้ที่มีผ้าม่านตกแต่งอยู่ เพราะผ้าม่านเป็นของตกแต่งที่จะทำให้บ้านสวยขึ้น และยังช่วยบังแสงแดดในเวลาที่เราไม่ต้องการ ช่วยบดบังสายตาจากคนภายนอกเมื่อมองเข้ามาในบ้านของเรา ช่วยสร้างบรรยากาศในบ้าน สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์หลักของผ้าม่านทั้งนั้น ผ้าม่านจึงถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้านของหลายๆ ท่าน

ถึงผ้าม่านจะเป็นส่วนสำคัญของบ้านที่แทบจะขาดไม่ได้ แต่หลายๆ ท่าน ก็มักจะละเลยการทำความสะอาดผ้าม่าน ด้วยเหตุผลนานัปการ แต่ผลเสียของผ้าม่านที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดมีมากมายเหลือเกิน แถมยังส่งผลโดยตรงต่อตัวผู้อยู่อาศัยอีกด้วย ดังนั้นลองหันมาให้ความใส่ใจการทำความสะอาดผ้าม่านซักนิด เพื่อให้บ้านของท่านสะอาดปลอดภัยจากตัวไรฝุ่นกันนะคะ

เริ่มดูดฝุ่นจากส่วนบนของผ้าม่านก่อน

ขั้นตอนแรกของการทำความสะอาดผ้าม่าน คือ “การดูดฝุ่น” โดยเริ่มดูดฝุ่นจากด้านบนสุดไล่ลงมา เพราะหากเราดูดฝุ่นจากด้านล่างก่อน เมื่อกลับไปดูดฝุ่นด้านบน ฝุ่นจากด้านบนก็จะร่วงลงไปเกาะชายผ้าม่านอยู่ดี ทำให้เราต้องเสียเวลาและเสียแรงดูดฝุ่นหลายรอบ และบริเวณส่วนรอยจีบของผ้าม่านจะเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นที่มีเยอะเป็นพิเศษ ดังนั้นเมื่อเราดูดฝุ่นมาถึงจุดนี้ เราต้องเน้นบริเวณนี้ให้สะอาดที่สุด

ทำความสะอาดตะขอเกี่ยวผ้าม่านด้วย

ตะขอเกี่ยวผ้าม่าน ก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของผ้าม่าน เป็นส่วนที่ต้องทำความสะอาดเช่นเดียวกับผ้าม่านเมื่อทำความสะอาดผ้าม่านแล้วก็ควรจะถอดตะขอเกี่ยวไปทำความสะอาดเอาฝุ่นออกด้วย เพราะหากผ้าม่านที่เราทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วมาเจอกับตะขอเกี่ยวที่มีฝุ่นเกาะอยู่เยอะ ผ้าม่านก็กลับมาสกปรกอยู่ดี  วิธีทำความสะอาดตะขอเกี่ยวก็ไม่ยากเลย เพียงต้มน้ำผสมน้ำส้มสายชู แล้วนำตะขอเกี่ยวลงไปลวก เพียงเท่านี้ ตะขอก็จะกลับมาสะอาด ไร้ฝุ่นอีกครั้ง

ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดอย่างระวัง

หลังจากดูดฝุ่นผ้าม่านเรียบร้อยแล้ว ถ้ายังไม่สะดวกที่จะนำผ้าม่านไปซัก สามารถใช้วิธีนำผ้าชุบน้ำบิดให้มาดๆมาเช็ดทำความสะอาดผ้าม่านก่อนได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุด ต้องเช็คให้แน่นใจว่าผ้าม่านของเราไม่มีฝุ่นเกาะอยู่ เพราะไม่อย่างนั้นฝุ่นที่ถูกผ้าชุบน้ำเช็ดจะยิ่งเลอะ และกลายเป็นรอยเปื้อนกระจายไปทั่วผ้าม่าน ข้อห้ามสำคัญของวิธีนี้ คือ ถ้าผ้าม่านของเราเป็นผ้าสีอ่อน ไม่ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด เพราะผ้าสีอ่อนจะมองเห็นรอยด่างเป็นดวงได้ชัดกว่าผ้าสีเข้ม ทำให้ผ้าม่านของคุณหมองและไม่น่ามอง

เลือกวิธีทำความสะอาดตามเนื้อผ้าของผ้าม่าน

ผ้าม่านมีเนื้อผ้าหลากหลายชนิดทำให้ในการซักแต่ละครั้งเราเองอาจจะไม่สามารถทำเองได้ทุกเนื้อผ้า เพราะแต่ละเนื้อผ้าก็มีวิธีซักที่ต่างกัน และบางเนื้อผ้าก็อาจจะไม่ต้องซักแต่เปลี่ยนเป็นดูดฝุ่นบ่อยๆแทนได้  เช่น ผ้าม่านประเภท “ผ้าฝ้าย” ควรหมั่นดูดฝุ่นผ้าม่านเป็นประจำทุกอาทิตย์  หรือ “ผ้าม่านแบบหนา”ซักยากและหากซักด้วยความไม่ชำนาญผ้าอาจชำรุดเสียหายได้ ดังนั้นเราความส่งผ้าม่านชนิดนี้ไปซักยังร้านที่รับซักผ้าม่านโดยเฉพาะจะดีกว่า และยิ่งผ้าม่านที่มีราคาแพง เพราะทำจากผ้าชั้นดีอย่าง “ผ้าไหม”  ยิ่งควรเลือกส่งร้านซักแห้งที่ไว้ใจได้เท่านั้น

สร้างความสดชื่นให้ผ้าม่านด้วยสเปรย์กลิ่นหอมๆ

เมื่อทำความสะอาดผ้าม่านของเราให้สะอาดแล้ว สิ่งที่จะช่วยสร้างความสดชื่นอีกหนึ่งอย่างและเพิ่มบรรยากาศที่ดีในบ้านของเรา ก็คือการเลือกสเปรย์กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เราชอบ มาฉีดลงบนผ้าม่าน เมื่อเวลาที่เราเดินอยู่ในห้อง หรือภายในบ้านกลิ่นหอมอ่อนๆนี้ ก็จะทำให้เราเพลิดเพลิน ทำให้การอยู่บ้านไม่น่าเบื่อเพราะบรรยากาศที่สดชื่น แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การเลือกสเปรย์ ควรดูส่วนผสมของสเปรย์ให้ดีก่อนจะเลือกมาฉีดลงบนผ้าม่าน เพราะหากเป็นสเปรย์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีแรงๆ สารเคมีในสเปรย์อาจทำให้สีของผ้าม่านเพี้ยนไปจากเดิมได้

นี่คือวิธีการทำความสะอาดผ้าม่านให้ปลอดภัยจากไรฝุ่น อีกหนึ่งวิธีทำความสะอาดที่ Cleaning Solution นำมาฝากค่ะ เพื่อให้ทุกๆท่านได้นำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ ตามลักษณะของผ้าม่านในบ้านของแต่ละท่าน  ทำความสะอาดผ้าม่าน เพื่อให้บ้านสะอาดปลอดจากไรฝุ่นกันนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.kapook.com


Leave a Reply

ความเห็นล่าสุด